ReadyPlanet.com
dot dot dot
dot
ฝากE-Mailรับข้อมูลข่าวสาร

dot
dot
บทความการดูแลเด็ก
dot
bulletการดูแลฟันเด็ก
bulletเด็กออทิสติก
bulletการเลือกนมผสมสำหรับลูก
bulletตารางน้ำหนัก-อายุ
bulletPURE MED ครีมทาฝ้า กันแดด บำรุงผิว
bulletอาหาร ตามวัย
bulletวัคซีน ตามวัย
bulletความรู้ต่างๆเรื่อง การดูแลเด็ก
bulletการเจริญเติบโตตามวัย
bulletภาวะขาด G6PD
bulletโรคคาวาซากิ
bulletเด็กแต่ละวัยควรนอนวันละกี่ชั่วโมง
bulletอาหารสำหรับแม่ที่ให้นมบุตร
bulletภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิด
bulletโรคธาลัสซีเมีย
bulletการเลือกของเล่นสำหรับเด็ก
bulletการแพ้โปรตีนจากนมวัว
bulletการตรวจการได้ยินในทารก
bulletประโยชน์ของDHA ,ARA
bulletโรคสมาธิสั้น
bulletพัฒนาการ ตามวัย
bulletกรุ๊ปเลือดพ่อแม่&กรุ๊ปเลือดลูก
bulletพัฒนาการของทารกในครรภ์
bulletNEWS UPDATE
bulletโรคติดเชื้อ ที่พบบ่อยในเด็ก
bulletวัคซีน โรตา
dot
เรียนพิเศษ
dot
bulletติวภาษาไทยสอบเข้าม.1กับคุณครูหยก
bulletเรียนพิเศษกับคุณครูมีนวิทย์ คณิต ภาษาไทย
bulletติววิทยาศาสตร์สสวท.,คณิตศาสตร์
bulletเรียนคณิตศาสตร์กับทีมงานคุุณครูหนุ่มและครูสันต์
dot
การศึกษา
dot
bulletสสวท.
bulletบัณฑิตแนะแนว
bulletสมาคมคณิตศาสตร์
bulletสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ:สทส[ONET,ANET]
bulletสพฐเขต2
bulletโครงการเพชรยอดมงกุฏ
bulletสพฐเขต1
bulletมูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการ(สอวน)
bulletวิชาการ.คอม
bulletม.ราชภัฏพระนคร
bulletกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย(กสพท.)
dot
โรงเรียนน สถาบันการศึกษา
dot
bulletเวปไซด์ "รักลูก"[momypedia]
bulletโรงเรียนสาธิตมศว.ปทุมวัน
bulletโรงเรียนสตรีวิทยา2
bulletโรงเรียนกานดา(กวดวิชาเอี่ยมจิตต์)
bulletโรงเรียนฉัตรวิทยา
bulletโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
bulletโรงเรียนบดินทรเดชา
bulletโรงเรียนโยธินบูรณะ
bulletนสพ.ไทยรัฐ
bulletTutor2home
bulletโรงเรียนสตรีวิทยา
bulletโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย
bulletโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
bulletโรงเรียนเทพศิรินทร์
dot
การสาธารณสุข
dot
bulletLink:กรมทันตสาธารณสุข กรมอนามัย
bulletสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช)
bulletรายชื่อโรงพยาบาลกรุงเทพและต่างจังหวัด
dot
ลิงค์น่าสนใจ
dot
bulletนสพ.ผู้จัดการ
bulletนสพ.เดลินิวส์
bulletพจนานุกรมไทย
bulletสนุก.คอม
bullethotmail.com
bulletLINK:แผนที่ทั่วไทย
bulletกรมอุตุนิยมวิทยา
bulletราคาทองคำ อัตราแลกเปลี่ยน
bulletGoogle Map
bulletราคาหุ้น


เรียนวิทยาศาสตร์ประถม สู่สนามสสวท. เพชรยอดมงกุฏ สพฐ.โดยครูอุทัยวรรณ
ครีมทาฝ้าเพียวเมดเดอเมลานิน
วัคซีนที่คุณยังไม่รู้
กล่องใส่สายสะดือสื่อสายใยรักและผูกพันธ์


dot
พัฒนาการของทารกในครรภ์ article
   
 

         

หลังจากที่อสุจิกับไข่ผสมกันกลายเป็นเซลล์ตัวอ่อนงอกอยู่ในเยื่อบุโพลงมดลูกจากเพียง 1 เซลล์ เพิ่มจำนวนเป็น 150 เซลล์ภายใน 7 วัน ตัวอ่อนเจริญเติบโตได้โดยอาศัยหลอดเลือดของแม่เป็นตัวลำเลียงออกซิเจนและ สารอาหารผ่านเข้าไปหล่อเลี้ยงเซลล์ตัวอ่อน ส่งผ่านของเสียต่างๆผ่านเข้าสู่ระบบ

*** พออายุ 5 สัปดาห์ลูกจะมีลำตัวยาว 7 มิลลิเมตร ขนาดเท่าเมล็ดถั่ว
   
 
         ทารกเริ่มมีลักษณะรูปร่างชัดเจนขึ้น มีส่วนหัวโตกว่าส่วนอื่นๆ รูปหน้า มือและเท้า ปรากฎให้เห็น กล้ามเนื้อเริ่มเติบโต มีขนงอก ช่วงปลายเดือนถ้าอัลตราซาวด์จะเห็นการเคลือนไหวและจับการเต้นหัวใจได้ รวมทั้งมองเห็นสายรก ซึ่งรกนี้ทำหน้าที่แทนอวัยวะทารกที่ยังเติบโตไม่เต็มที่ เช่น ทำหน้าที่เป็นปอดแลกเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์กับออกซิเจนจากแม่ ทำหน้าที่เป็นลำไส้โดยดูดสารอาหารจากเลือดแม่ ทำหน้าที่เป็นไตกรองของเสียทำหน้าที่แทนตับโดยเก็บธาตุเหล็กจากเม็ดเลือดแดงของแม่ และทำหน้าที่เป็นต่อมไร้ท่อ เพื่อสร้างฮอร์โมน
   
 
         ทารกมีลักษณะคล้ายมนุษย์มากขึ้น ตัวลอยอยู่ในน้ำคร่ำภายมดลูก ซึ่งน้ำคร่ำนี้เองทำหน้าที่ปกป้องและห่อหุ้มทารกไม่ให้ได้รับความกระทบกระเทือน ตัวทารกเริ่มมีนิ้วมือนิ้วเท้าขึ้นมาในสภาพติดกันแล้วค่อยแยกออก ช่วงกลางเดือน หัวใจจะเป็นรูปเป็นร่างเต็มที่ เห็นหูชัดเจนตอนปลายเดือนอวัยวะสำคัญ เช่น อวัยวะเพศ จะเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างขึ้นมา แต่ยังไม่สามารถแยกแยะได้ว่าเป็นเพศไหน สิ่งที่คุณแม่พึงระมัดระวังคือ ช่วง 3 เดือนแรกนี้ มีอัตราเสี่ยงในการแท้งค่อนข้างสูง ต้องดูแลตัวเองอย่างมาก และระมัดระวังเรื่องยาที่รับประทาน ถ้ามีความจำเป็นต้องใช้ยาควรปรึกษาแพทย์ก่อน
*** พอทารกอายุได้ 12 สัปดาห์ ลูกจะมีน้ำหนัก 14 กรัม และมีลำตัวยาว 3 นิ้ว
 
 
         ตอนนี้อวัยยวะภายในของทารกเริ่มสมบูรณ์ขึ้นมาก เล็บก็เริ่มงอกแล้ว แต่ตัวยังผอมเพราะยังไม่มีชั้นไขมัน ช่วงปลายเดือนเริ่มมีเส้นขนละเอียดขึ้นทั้งตัว ผิวบางจนมองเห็นเส้นเลือด เมื่อตั้งครรภ์ได้ 4 เดือน รกมีขนาดโตมากขึ้นจากช่วงแรกซึ่งใหญ่กว่าตัวอ่อนเพียงเล็กน้อย สามารถได้ยินเสียงหัวใจเต้น เริ่มมีไตที่ทำงานได้เหมือนผู้ใหญ่ นอกจากนี้ทารกยังมีจำนวนเส้นประสาทและกล้ามเนื้อมากกว่าเดือนที่แล้วถึง 3 เท่า สามารถเตะ งอนิ้วมือนิ้วเท้า กลอกตาได้อวัยวะเพศพัฒนามากขึ้นจนสามารถบอกได้ว่าเป็นเพศใด
*** จาก 18 สัปดาห์ เป็นต้นไป เสียงดังๆจะทำให้ลูกในท้องสะดุ้ง
 
 
 
         ทารกเจริญเติบโตเร็วมาก ลำตัวยาว 9 นิ้ว ร่างกายผลิตสารสีขาวข้นที่เรียกว่า เวอร์นิกซ์ ขึ้นมาเคลือบเพื่อปกป้องผิวเส้นผม คิ้วและขนตาเริ่มงอกเริ่มพัฒนาประสาทสัมผัส คือ รับรู้รส ได้กลิ่น และได้ยิน ตายังปิดอยู่แต่รับรู้แสงสว่างจ้าได้ ดังนั้นเวลาคุณพูดแกจะได้ยิน หรือเวลาที่คุณลูบท้องแกก็จะรู้สึกเช่นกันตอนนี้ทารกเริ่มเคลื่อนไหวมากขึ้น บิดตัว เตะเท้าอยู่ในถุงน้ำคร่ำ เวลาโก่งหรือขยับตัว แม่จะรู้สึกได้ เพราะท้องของแม่จะนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ช่วงปลายเดือนทารกยังเริ่มถ่ายปัสสาวะลงสู่น้ำคร่ำอีกด้วย
 
 ข
         ร่างกายของทารกเริ่มเติบโตช้ากว่าเดิมเพื่อให้อวัยวะภายใน เช่น ปอด ระบบย่อยอาหาร และระบบภูมิคุ้มกันได้พัฒนาอย่างเต็มที่ ที่น่าอัศจรรย์คือทารกสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวทำให้คุณแม่รู้สึกได้โดยเฉพาะตอนนอนพักทารกสามารถได้ยินเสียงหัวใจเต้น เสียงพูด เสียงดนตรี และสามารถตอบสนองการกระตุ้นของแม่ เช่น ถ้าแม่ขยับตัวเร็วจะดิ้นตอบ ร่างกายทารกเริ่มมีเนื้อมีหนังมากขึ้น เพราะมีไขมันมาสะสมที่ชั้นใต้ผิวหนัง ถ้าทารกคลอดออก มาตอนนี้ อาจมีโอกาสรอดชีวิตได้
*** ตอนอายุ 20 สัปดาหื ลูกเริ่มสะอึกเป็น และคุณแม่ก็รู้สึกได้ด้วย พอเข้าสู่สัปดาห์ที่ 26 ลูกจะเริ่มจำเสียงคุณแม่ได้
 
 
 
         ทารกในครรภ์เติบโตขึ้นมาก จนไปกดอวัยวะต่างๆในช่องท้องแม่ เปลือกตาเริ่มเปิด และนัยน์ตาพัฒนาไปมากจนมองเห็นแสงที่ผ่านมาทางหน้าทองแม่ได้ เสียงดังๆทำให้ทารกเคลื่อนไหว และการเต้นของหัวใจเปลี่ยนไปตามเสียงและแสงไฟ ต่อมรับรสของทารกพัฒนาไปมาก ถึงขนาดสามารถแยกรสหวานกับรสเปรี้ยวได้ แต่ดูเหมือนทารกจะติดใจในรสหวานมากกว่า ถ้าทารกคลอดออกมาตอนนี้จะมีโอกาศรอดค่อนข้างสูง เพราะอวัยวะสำคัญทั้งหลาย(ยกเว้นปอดที่ยังทำงานได้ไม่เต็มที่นัก) ทำงานเป็นระบบมากขึ้นสมองเติบโตมากขึ้น ร่างกายเจริญเติบโตได้สัดส่วนมากขึ้น
 
 
         ทารกตัวโตมากขึ้นจนแน่นท้องคุณแม่ โดยเฉลี่ยน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 2-3 กก. มีไขมันมากขึ้นจนดูเหมือนทารกแรกเกิด การทำงานของอวัยยวะต่างๆ ประสานงานกันได้ดีขึ้น อาจอยู่ในท่ากลับหัวพร้อมที่จะคลอด แต่ขยับตัวน้อยลง เพราะพื้นที่ในท้องแม่ดูจะน้อยเกินไปเสียแล้ว น้ำดีและน้ำคร่ำที่ทารกกลืนเข้าไปจะสะสมอยู่ในลำไส้ของทารกไปจนถึงคลอด ซึ่งทารกจะถ่ายของเสียนี้ออกมาเป็นอุจจาระสีเขียวแก่ เรียกว่าขี้เทา ช่วงหนึ่งเดือนก่อนคลอดคุณแม่อาจมีอาการมดลูกบีบรัดตัวซึ่งเป้นอาการที่เรียกว่า เจ็บท้องหลอก การหดตัวรัดตัวนี้ก็เพื่อดันตัวทารก มาประชิดปากมดลุกเพื่อเตรียมพร้อมที่จะคลอดออกมานั่นเอง
 
 
 
         ในเดือนนี้ทารกมีน้ำหนักเฉลี่ยมากกว่า 3 กก. ขึ้นไปมีชั้นไขมันหนาทำให้ดูอ้วนกลมและเก็บไว้เป็นพลังสำรองหลังคลอด ปอดทำงานได้ดี อยู่ในท่ากลับหัวเชิงกราน หัวจะกดปากมดลูกทำให้เปิดออก ช่วยให้คลอดง่ายขึ้น จากนั้นหัวจะหมุนผ่านอุ้งเชิงกานแม่ออกมา ดังนั้นคุณแม่อาจคลอดตอนไหนก็ได้ในช่วงนี้ ทารกส่วนใหญ่จะคลอดตามกำหนดหรือช้าไป 2 สัปดาห์หลังกำหนด ถ้าช้ากว่านี้แพทย์อาจต้องเร่งคลอดเพราะออกซิเจนและสารอาหารจากรกที่ทารกเคยได้รับ เริ่มเพียงพอเสียแล้วเมื่อเทียบกับความต้องการของทารก
*** ลูกจะยังไม่มีฟันงอกออกมาจนกว่าจะอายุ 4 เดือน แต่มีฟันก่อตัวอยู่ในขากรรไกรเรียบร้อยแล้ว รอแค่เวลาโผล่ขึ้นมาเท่านั้นเอง

 

ข้อมูลจากนิตยสาร MOTHER&BABY

 
 





Today Topics : สาระน่ารู้

เด็กแต่ละวัยควรนอนวันละกี่ชั่วโมง article
ทารกต้องกินน้ำเปล่าหรือไม่ article
โรคคาวาซากิ
อาหารสำหรับแม่ที่ให้นมบุตร
ธาลัสซีเมีย article
วัคซีน ไอพีดี article
ภาวะตัวเหลือง ในทารกแรกเกิด article
การตรวจการได้ยินในทารก newborn hearing screening article
ของเล่นสำหรับเด็กทารก article
สอนลูกเล่นอินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย.. article
ปัญหาจิตเวชปรึกษาหมอรามา article



Custom Search